ขอเรียกร้องให้ข้าราชการข้ามเพศทำบัตรประจำตัว และแต่งกายตามเพศสภาพได้


ขอเรียกร้องให้ข้าราชการข้ามเพศทำบัตรประจำตัว และแต่งกายตามเพศสภาพได้
ประเด็นรณรงค์
ครูกอล์ฟเป็นครูสอนภาษาต่างประเทศมาแล้วนานกว่า 13 ปี กว่าครึ่งหนึ่งของชีวิตทำงาน ครูกอล์ฟต้องแบกรับความขมขื่น ใส่วิกผม แต่งเครื่องแบบข้าราชการตามเพศกำเนิดไปทำงาน แม้จะผ่านกระบวนการผ่าตัดเพื่อยืนยันเพศสภาพของตัวเองแล้วก็ตาม
เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2563 ครูกอล์ฟตัดสินใจยื่นเรื่องขอทำบัตรข้าราชการใบใหม่ ซึ่งทางโรงเรียนต้นสังกัดได้ดำเนินการออกหนังสือรับรองและนำส่งไปที่กลุ่มบริหารงานบุคคล สำนักงานเขตพื้นที่มัธยมศึกษาเขต 2 พร้อมกันนี้ได้แนบบัตรประจำตัวใบเก่าพร้อมกับรูปถ่ายที่ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือนก่อนวันยื่นคำขอ โดยเป็นรูปถ่ายที่ครูกอล์ฟแต่งเครื่องแบบปกติขาวหญิง เพื่อให้สอดคล้องตามเพศสภาพปัจจุบัน จำนวน 2 ใบ เป็นหลักฐานประกอบว่าเธอได้เข้ารับการผ่าตัดยืนยันอัตลักษณ์ทางเพศสภาพจากชายเป็นหญิงเรียบร้อยแล้วตั้งแต่วันที่ 25 เมษายน 2560
แต่ปรากฏว่า เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2563 เธอได้รับการร้องขอจากเจ้าหน้าที่กลุ่มบริหารงานบุคคล สำนักงานเขตพื้นที่มัธยมศึกษาเขต 2 ให้เธอเปลี่ยนรูปถ่ายใหม่ เนื่องจากรูปที่ได้ยื่นคำขอขัดต่อระเบียบการแต่งกายตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติเครื่องแบบข้าราชการฝ่ายพลเรือน พุทธศักราช 2548 ด้วยเหตุผลที่ว่า คำนำหน้านามตามเพศกำเนิดเป็น “นาย” จึงต้องแต่งกายให้สอดคล้องกับคำนำหน้านาม และทางเจ้าหน้าที่กลุ่มบริหารงานบุคคลฯ ได้อ้างถึงหนังสือราชการที่ออกโดยสำนักนายกรัฐมนตรี บอกแต่เพียงว่าถ้าเป็นชายให้แต่งเครื่องแบบอย่างไร ถ้าเป็นหญิงให้แต่อย่างไร ซึ่งไม่ได้มีส่วนไหนเลยที่บอกว่า ‘ห้ามมิให้มีการแต่งกายข้ามเพศ’
แม้ว่าครูกอล์ฟจะได้รับการช่วยเหลือโรงเรียนต้นสังกัดให้สามารถแต่งกายตามเพศสภาพเวลาทำงาน แถมยังช่วยส่งหนังสือชี้แจงพร้อมใบรับรองแพทย์ที่บอกว่าครูเป็นหญิงข้ามเพศโดยสรีระสมบูรณ์แล้ว ...แต่เรื่องก็ดูเงียบหาย
และในวันที่ 19 มิถุนายน จะครบ 2 ปีที่ครูกอล์ฟไม่มีบัตรประจำตัวข้าราชการ เธอไม่ได้รับสิทธิจากการเป็นข้าราชการครู เพราะไม่มีเอกสารที่แสดงถึงการรับรองคุณวุฒิและวิชาชีพติดตัว และในฐานะเจ้าหน้าที่ของรัฐ การไม่มีบัตรประจำตัวข้าราชการก็ทำให้ครูไม่สามารถช่วยเหลือลูกศิษย์เพื่อให้เข้าถึงสิทธิกู้ยืมเพื่อการศึกษาได้
น่าเศร้ามากที่ยังมีเรื่องราวแบบนี้ในเดือน Pride Month หรือเดือนแห่งความภาคภูมิใจของกลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศ (LGBTQ)
ทั้งๆ ที่มีหลักฐานว่า ข้าราชการครูข้ามเพศในเขตพื้นที่การศึกษาอื่นได้ใบประกอบวิชาชีพครู และบัตรที่ใช้รูปถ่ายติดบัตรด้วยชุดตามเพศสภาพ จากคุรุสภาแบบไม่มีปัญหา แสดงว่าในความเป็นจริงแล้วสามารถทำได้ แต่สำนักงานเขตพื้นที่มัธยมศึกษาเขต 2 เลือกที่จะไม่ใช้มาตรฐานเดียวกัน
แล้วใครจะเป็นผู้รับผิดชอบต่อสิ่งที่ครูกอล์ฟต้องแบกรับมาตลอดระยะเวลา 2 ปีที่เธอเป็นเสมือนข้าราชการเถื่อน?
ขอทุกท่านลงชื่อในแคมเปญนี้เพื่อเป็นกำลังใจให้ครูกอล์ฟ และเพื่อร่วมส่งเสียงไปยังสำนักงานเขตพื้นที่มัธยมศึกษาเขต 2 กระทรวงศึกษาฯ และคุรุสภา ให้ข้าราชการข้ามเพศให้สามารถทำบัตรประจำตัวและแต่งกายตามเพศสภาพได้ ไม่ใช่ให้ต้องมาร้องเรียนเป็นรายๆ ไป

6,888
ประเด็นรณรงค์
ครูกอล์ฟเป็นครูสอนภาษาต่างประเทศมาแล้วนานกว่า 13 ปี กว่าครึ่งหนึ่งของชีวิตทำงาน ครูกอล์ฟต้องแบกรับความขมขื่น ใส่วิกผม แต่งเครื่องแบบข้าราชการตามเพศกำเนิดไปทำงาน แม้จะผ่านกระบวนการผ่าตัดเพื่อยืนยันเพศสภาพของตัวเองแล้วก็ตาม
เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2563 ครูกอล์ฟตัดสินใจยื่นเรื่องขอทำบัตรข้าราชการใบใหม่ ซึ่งทางโรงเรียนต้นสังกัดได้ดำเนินการออกหนังสือรับรองและนำส่งไปที่กลุ่มบริหารงานบุคคล สำนักงานเขตพื้นที่มัธยมศึกษาเขต 2 พร้อมกันนี้ได้แนบบัตรประจำตัวใบเก่าพร้อมกับรูปถ่ายที่ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือนก่อนวันยื่นคำขอ โดยเป็นรูปถ่ายที่ครูกอล์ฟแต่งเครื่องแบบปกติขาวหญิง เพื่อให้สอดคล้องตามเพศสภาพปัจจุบัน จำนวน 2 ใบ เป็นหลักฐานประกอบว่าเธอได้เข้ารับการผ่าตัดยืนยันอัตลักษณ์ทางเพศสภาพจากชายเป็นหญิงเรียบร้อยแล้วตั้งแต่วันที่ 25 เมษายน 2560
แต่ปรากฏว่า เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2563 เธอได้รับการร้องขอจากเจ้าหน้าที่กลุ่มบริหารงานบุคคล สำนักงานเขตพื้นที่มัธยมศึกษาเขต 2 ให้เธอเปลี่ยนรูปถ่ายใหม่ เนื่องจากรูปที่ได้ยื่นคำขอขัดต่อระเบียบการแต่งกายตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติเครื่องแบบข้าราชการฝ่ายพลเรือน พุทธศักราช 2548 ด้วยเหตุผลที่ว่า คำนำหน้านามตามเพศกำเนิดเป็น “นาย” จึงต้องแต่งกายให้สอดคล้องกับคำนำหน้านาม และทางเจ้าหน้าที่กลุ่มบริหารงานบุคคลฯ ได้อ้างถึงหนังสือราชการที่ออกโดยสำนักนายกรัฐมนตรี บอกแต่เพียงว่าถ้าเป็นชายให้แต่งเครื่องแบบอย่างไร ถ้าเป็นหญิงให้แต่อย่างไร ซึ่งไม่ได้มีส่วนไหนเลยที่บอกว่า ‘ห้ามมิให้มีการแต่งกายข้ามเพศ’
แม้ว่าครูกอล์ฟจะได้รับการช่วยเหลือโรงเรียนต้นสังกัดให้สามารถแต่งกายตามเพศสภาพเวลาทำงาน แถมยังช่วยส่งหนังสือชี้แจงพร้อมใบรับรองแพทย์ที่บอกว่าครูเป็นหญิงข้ามเพศโดยสรีระสมบูรณ์แล้ว ...แต่เรื่องก็ดูเงียบหาย
และในวันที่ 19 มิถุนายน จะครบ 2 ปีที่ครูกอล์ฟไม่มีบัตรประจำตัวข้าราชการ เธอไม่ได้รับสิทธิจากการเป็นข้าราชการครู เพราะไม่มีเอกสารที่แสดงถึงการรับรองคุณวุฒิและวิชาชีพติดตัว และในฐานะเจ้าหน้าที่ของรัฐ การไม่มีบัตรประจำตัวข้าราชการก็ทำให้ครูไม่สามารถช่วยเหลือลูกศิษย์เพื่อให้เข้าถึงสิทธิกู้ยืมเพื่อการศึกษาได้
น่าเศร้ามากที่ยังมีเรื่องราวแบบนี้ในเดือน Pride Month หรือเดือนแห่งความภาคภูมิใจของกลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศ (LGBTQ)
ทั้งๆ ที่มีหลักฐานว่า ข้าราชการครูข้ามเพศในเขตพื้นที่การศึกษาอื่นได้ใบประกอบวิชาชีพครู และบัตรที่ใช้รูปถ่ายติดบัตรด้วยชุดตามเพศสภาพ จากคุรุสภาแบบไม่มีปัญหา แสดงว่าในความเป็นจริงแล้วสามารถทำได้ แต่สำนักงานเขตพื้นที่มัธยมศึกษาเขต 2 เลือกที่จะไม่ใช้มาตรฐานเดียวกัน
แล้วใครจะเป็นผู้รับผิดชอบต่อสิ่งที่ครูกอล์ฟต้องแบกรับมาตลอดระยะเวลา 2 ปีที่เธอเป็นเสมือนข้าราชการเถื่อน?
ขอทุกท่านลงชื่อในแคมเปญนี้เพื่อเป็นกำลังใจให้ครูกอล์ฟ และเพื่อร่วมส่งเสียงไปยังสำนักงานเขตพื้นที่มัธยมศึกษาเขต 2 กระทรวงศึกษาฯ และคุรุสภา ให้ข้าราชการข้ามเพศให้สามารถทำบัตรประจำตัวและแต่งกายตามเพศสภาพได้ ไม่ใช่ให้ต้องมาร้องเรียนเป็นรายๆ ไป

6,888
ผู้มีอำนาจตัดสินใจ
แชร์แคมเปญรณรงค์นี้
สร้างแคมเปญรณรงค์ใน 13 มิถุนายน ค.ศ. 2021 แล้ว