ก่อนทะเลไทยจะเสียหายเกินเยียวยา ต้องเปลี่ยนระบบจัดการขยะทั้งประเทศ — เดี๋ยวนี้

ผู้ลงชื่อสนับสนุนล่าสุด:
พัชราวรรณ จำปาเงิน และคนอื่นๆ อีก 19 คนได้ร่วมลงชื่อเมื่อเร็วๆ นี้

ประเด็นรณรงค์

ประเทศไทยต้องมี ‘ระบบจัดการขยะที่ทำได้จริง’ - ถึงเวลาลงมือแล้วก่อนที่ทะเลไทยจะเสียหายเกินกว่าจะเยียวยา

ทะเลไทยยังสวยอยู่
แต่กำลังรับภาระจากระบบจัดการขยะที่ทำงานไม่ทันความจริง

คำถามไม่ใช่ว่าเราจะเก็บขยะได้อีกกี่ครั้ง
แต่คือ — เราจะปล่อยให้ระบบแบบนี้ดำเนินต่อไปอีกนานแค่ไหน

 
ปัญหาที่ต้องแก้เดี๋ยวนี้
ประเทศไทยมีขยะมากกว่า 27 ล้านตันต่อปี
เฉพาะกรุงเทพฯ มีขยะวันละกว่า 9,000 ตัน
ใช้งบประมาณหลายพันล้านบาทต่อปี
แต่โครงสร้างพื้นฐานยังไม่เพียงพอ

เตาเผาไม่พอ
พื้นที่ฝังกลบล้น
การคัดแยกต้นทางยังไม่ถูกออกแบบให้ประชาชนทำได้จริง

วันนี้คนชายฝั่ง นักดำน้ำ และอาสาสมัคร
ต้องช่วยกันเก็บขยะที่ระบบจัดการไม่ไหว

แต่ต่อให้เก็บทุกวัน
ขยะก็ยังกลับมาใหม่
ตราบใดที่ “ระบบ” ยังไม่ถูกแก้

งานศึกษาระดับนานาชาติหลายฉบับระบุว่า
ประเทศในเอเชียคือภูมิภาคที่มีปริมาณขยะพลาสติกไหลลงทะเลมากที่สุด
และ ประเทศไทยเคยถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มประเทศที่ปล่อยขยะพลาสติกลงทะเลสูงที่สุดของโลก
ซึ่งสะท้อนว่าปัญหานี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก แต่เป็นภาระระดับใหญ่ที่ต้องจัดการอย่างจริงจัง

(อ้างอิง: รายงานของ World Bank และ Marine Pollution Bulletin)


ขยะไม่ได้หายไปไหน
มันไหลลงทะเลทั้งสองฝั่งของประเทศ

ฝั่งอันดามัน — ภูเก็ต กระบี่ พังงา สตูล ระนอง ตรัง
กระทบแหล่งท่องเที่ยวระดับโลก แนวปะการัง และสัตว์ทะเลหายาก

ฝั่งอ่าวไทย — ชลบุรี ระยอง เพชรบุรี สงขลา เกาะสมุย
ขยะสะสมตามชายฝั่ง แหล่งประมง และชุมชนริมทะเล

ทะเลสองฝั่งกำลังรับภาระแทนระบบที่ยังไม่ถูกออกแบบให้ทำได้จริง

 

และนี่คือเหตุผลที่ “กรอม” ถือกำเนิดขึ้น
ที่ริมหาดบางสัก จังหวัดพังงา

กรอม อาร์ตทอย คือสัญลักษณ์ของขยะที่ถูกดึงกลับมาจากทะเล

มันถูกออกแบบจากพลาสติกรีไซเคิล
ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นส่วนหนึ่งของปัญหา

จากของไร้ค่า
มันถูกเปลี่ยนให้กลายเป็น “เสียงของทะเล”

กรอมถูกส่งต่อไปอยู่ในมือของผู้คน
และถูกสร้างเป็นประติมากรรมขนาดใหญ่กลางกรุงเทพฯ

ไม่ใช่เพื่อโชว์

แต่เพื่อเรียกร้องให้เราทุกคน
ร่วมกันส่งต่อสิ่งที่ดีกว่าให้ลูกหลานของเรา


สิ่งที่ภาคประชาชนขอให้รัฐทำ
1. ตั้งหน่วยงานกลางด้านจัดการขยะของประเทศ
เพื่อกำกับ วางแผน และเร่งให้ทุกจังหวัดมีระบบครบวงจร
2. ลงทุนเตาเผา สถานีคัดแยก และระบบขนส่งอย่างเพียงพอ
ให้รองรับปริมาณจริง ไม่ใช่เพียงบางส่วน
3. ออกแบบระบบให้ประชาชนทำได้จริง
ประชาชนพร้อมแยกขยะ
แต่ต้องมีระบบที่ทำให้ “การแยก” เป็นเรื่องง่าย และคุ้มค่า


เมื่อระบบดีพอ
ประชาชนจะแยกขยะเอง —
ไม่ใช่ด้วยการรณรงค์ซ้ำเดิมที่ไม่แก้ปัญหา

 
ขอเสียง 100,000 รายชื่อ
เพื่อเสนอเป็นข้อเรียกร้องระดับประเทศ
ผ่านภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ลงชื่อวันนี้ คือการเริ่มต้นเปลี่ยนประเทศไปด้วยกัน

เมื่อประเทศไทยสร้างระบบที่ทำได้จริง
เราจะผลักดันความร่วมมือระดับอาเซียน

เพราะทะเลของเราเชื่อมถึงกัน
ขยะไม่ได้หยุดที่พรมแดน
และการแก้ปัญหาก็ไม่ควรหยุดเช่นกัน

จากประเทศไทย
สู่ภูมิภาค
และสู่เวทีโลก

avatar of the starter
Jin Sthaponstidsukผู้เริ่มต้นแคมเปญรณรงค์เสียงจากคนชายฝั่งอันดามัน Grom Arttoy

245

ผู้ลงชื่อสนับสนุนล่าสุด:
พัชราวรรณ จำปาเงิน และคนอื่นๆ อีก 19 คนได้ร่วมลงชื่อเมื่อเร็วๆ นี้

ประเด็นรณรงค์

ประเทศไทยต้องมี ‘ระบบจัดการขยะที่ทำได้จริง’ - ถึงเวลาลงมือแล้วก่อนที่ทะเลไทยจะเสียหายเกินกว่าจะเยียวยา

ทะเลไทยยังสวยอยู่
แต่กำลังรับภาระจากระบบจัดการขยะที่ทำงานไม่ทันความจริง

คำถามไม่ใช่ว่าเราจะเก็บขยะได้อีกกี่ครั้ง
แต่คือ — เราจะปล่อยให้ระบบแบบนี้ดำเนินต่อไปอีกนานแค่ไหน

 
ปัญหาที่ต้องแก้เดี๋ยวนี้
ประเทศไทยมีขยะมากกว่า 27 ล้านตันต่อปี
เฉพาะกรุงเทพฯ มีขยะวันละกว่า 9,000 ตัน
ใช้งบประมาณหลายพันล้านบาทต่อปี
แต่โครงสร้างพื้นฐานยังไม่เพียงพอ

เตาเผาไม่พอ
พื้นที่ฝังกลบล้น
การคัดแยกต้นทางยังไม่ถูกออกแบบให้ประชาชนทำได้จริง

วันนี้คนชายฝั่ง นักดำน้ำ และอาสาสมัคร
ต้องช่วยกันเก็บขยะที่ระบบจัดการไม่ไหว

แต่ต่อให้เก็บทุกวัน
ขยะก็ยังกลับมาใหม่
ตราบใดที่ “ระบบ” ยังไม่ถูกแก้

งานศึกษาระดับนานาชาติหลายฉบับระบุว่า
ประเทศในเอเชียคือภูมิภาคที่มีปริมาณขยะพลาสติกไหลลงทะเลมากที่สุด
และ ประเทศไทยเคยถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มประเทศที่ปล่อยขยะพลาสติกลงทะเลสูงที่สุดของโลก
ซึ่งสะท้อนว่าปัญหานี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก แต่เป็นภาระระดับใหญ่ที่ต้องจัดการอย่างจริงจัง

(อ้างอิง: รายงานของ World Bank และ Marine Pollution Bulletin)


ขยะไม่ได้หายไปไหน
มันไหลลงทะเลทั้งสองฝั่งของประเทศ

ฝั่งอันดามัน — ภูเก็ต กระบี่ พังงา สตูล ระนอง ตรัง
กระทบแหล่งท่องเที่ยวระดับโลก แนวปะการัง และสัตว์ทะเลหายาก

ฝั่งอ่าวไทย — ชลบุรี ระยอง เพชรบุรี สงขลา เกาะสมุย
ขยะสะสมตามชายฝั่ง แหล่งประมง และชุมชนริมทะเล

ทะเลสองฝั่งกำลังรับภาระแทนระบบที่ยังไม่ถูกออกแบบให้ทำได้จริง

 

และนี่คือเหตุผลที่ “กรอม” ถือกำเนิดขึ้น
ที่ริมหาดบางสัก จังหวัดพังงา

กรอม อาร์ตทอย คือสัญลักษณ์ของขยะที่ถูกดึงกลับมาจากทะเล

มันถูกออกแบบจากพลาสติกรีไซเคิล
ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นส่วนหนึ่งของปัญหา

จากของไร้ค่า
มันถูกเปลี่ยนให้กลายเป็น “เสียงของทะเล”

กรอมถูกส่งต่อไปอยู่ในมือของผู้คน
และถูกสร้างเป็นประติมากรรมขนาดใหญ่กลางกรุงเทพฯ

ไม่ใช่เพื่อโชว์

แต่เพื่อเรียกร้องให้เราทุกคน
ร่วมกันส่งต่อสิ่งที่ดีกว่าให้ลูกหลานของเรา


สิ่งที่ภาคประชาชนขอให้รัฐทำ
1. ตั้งหน่วยงานกลางด้านจัดการขยะของประเทศ
เพื่อกำกับ วางแผน และเร่งให้ทุกจังหวัดมีระบบครบวงจร
2. ลงทุนเตาเผา สถานีคัดแยก และระบบขนส่งอย่างเพียงพอ
ให้รองรับปริมาณจริง ไม่ใช่เพียงบางส่วน
3. ออกแบบระบบให้ประชาชนทำได้จริง
ประชาชนพร้อมแยกขยะ
แต่ต้องมีระบบที่ทำให้ “การแยก” เป็นเรื่องง่าย และคุ้มค่า


เมื่อระบบดีพอ
ประชาชนจะแยกขยะเอง —
ไม่ใช่ด้วยการรณรงค์ซ้ำเดิมที่ไม่แก้ปัญหา

 
ขอเสียง 100,000 รายชื่อ
เพื่อเสนอเป็นข้อเรียกร้องระดับประเทศ
ผ่านภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ลงชื่อวันนี้ คือการเริ่มต้นเปลี่ยนประเทศไปด้วยกัน

เมื่อประเทศไทยสร้างระบบที่ทำได้จริง
เราจะผลักดันความร่วมมือระดับอาเซียน

เพราะทะเลของเราเชื่อมถึงกัน
ขยะไม่ได้หยุดที่พรมแดน
และการแก้ปัญหาก็ไม่ควรหยุดเช่นกัน

จากประเทศไทย
สู่ภูมิภาค
และสู่เวทีโลก

avatar of the starter
Jin Sthaponstidsukผู้เริ่มต้นแคมเปญรณรงค์เสียงจากคนชายฝั่งอันดามัน Grom Arttoy
เข้าร่วมสนับสนุนเดี๋ยวนี้

245


อัพเดทล่าสุดเกี่ยวแคมเปญรณรงค์